“กล้วยหอมทอง” ตลาดพัทลุงราคาค้าปลีกย่อยพุ่งโลด 30 บาท / กก. หวี 60 บาท คอบริโภคเป็นอาหารสุขภาพบริโภคได้ ไม่สะเทือนถือว่ายังมีขาย กลุ่ม YSF ยันผลผลิตราคาปรับตัวลงผู้บริโภคได้ประโยชน์ ยันหน้าร้อนจัดอุปสรรคเรื่องน้ำ กล้วยคอหักผลิตน้อ

เจ้าของสวนกล้วยรายย่อยปลูกเพื่อบริโภค ต.ตะโหมด อ.ตะโหมด จ.พัทลุง เล่าว่า กล้วยหอมทองขณะนี้ สำหรับผู้ปลูกรายย่อยเพื่อไว้บริโภคและบางส่วนจะออกขาย โดยวิธีการบริหารจัดการแบบระบบน้ำ ตกแต่งตัดใบ ฯลฯ จะไม่มี จึงได้รับผลกระทบจากอากาศร้อนและแล้ง สภาพผลผลิตด้อยคุณภาพและจะเกิดสภาพกล้วยคอหัก

“ผลผลิตจึงขาดแคลน จึงส่งผลให้กล้วยหอมทองจะขาดแคลนตามตลาด ขายหน้าร้าน และที่มีก็จะเป็นรายย่อยขายปลีก รายละที่วางขายตั้งแต่ 2 หวี และแต่ละรายรวมแล้วไม่ถึง 10 หวี มีราคาประมาณ 30 บาท / กก. หวีละ 45 บาท แต่ส่วนนี้จะเป็นตลาดขนาดส่วนน้อยมาก”
ทางนายเดียร แก้วแป้น กลุ่มศูนย์บ่มเพาะเกษตรกรรุ่นใหม่จังหวัดพัทลุง (YSF) ผู้ปลูกและรวบรวมกล้วยหอมทอง ต.แม่ขรี อ.ตะโหมด จ.พัทลุง บอกว่า กล้วยหอมทอง ราคาได้ทยอยปรับตัวลงเฉลี่ย 3-4 บาท / กก. / สัปดาห์ ซึ่งขณะนี้นิ่งที่ราคา 12-15 บาท / กก. ซึ่งจากก่อนสาร์ทจีนเดือนสิงหาคม 2569 ราคา 25-26 บาท / กก. แต่สำหรับโดยตลาดทั่ว ๆ ไปที่ซื้อขายนอกกลุ่ม YSF มีราคาตั้งแต่ 6 – 15 บาท /กก.
“ราคาที่ปรับตัวลงผู้บริโภคจะได้ประโยชน์ราคาที่เหมาะสม แต่ในขณะที่ผู้ปลูกกล้วยต้นทุนการผลิตก็ได้ปรับสูงขึ้นภาพรวมทุกตัวประมาณถึง 30 %”

สภาพภูมิอากาศแล้งและร้อนจัดขาดแคลนน้ำ กล้วยเกิดสภาพคอหัก แต่ถึงอย่างไรทางกลุ่ม และเครือข่ายโดยเฉพาะในกลุ่ม อ.ตะโหมด ไม่ได้มีผลกระทบมากนักจากที่ได้เตรียมรับมือป้องกันไว้ และสำหรับตลาดกล้วยหอมทอง ยังสามารถรับซื้อกล้วยหอมจากเครือข่ายทั้งในพื้นที่และภาคใต้และจากภาคอีสานโดยประมาณ 3.5 – 4 ตัน / วัน ทั้งนี้ก็จะมีการนำส่งห้างเซเว่นอิเลฟเว่น 650 สาขาภาคใต้ตอนล่าง และขณะนี้ยังมีการขยายถึง 700 สาขา
นายเดียร ยังกล่าวอีกว่า ปัจจุบันสำหรับกลุ่มตน มีกล้วยหอมทองเอง จำนวน 30,000 ต้น จำนวน 7 แปลง จะได้ผลผลิตประมาณ 27 ตัน และยังได้มีการขยายปลูกเพิ่มเติมอีก รวมแล้ว 80,000 ต้น จะได้ผลผลิตในปีหน้า 2570 ประมาณ 800 ตัน หรือประมาณ 800,000 กก. หากคิดเป็นมูลค่าที่เฉลี่ยราคาประกัน 12 บาท / กก. ประมาณ 9.6 ล้านบาท.

“สำหรับในกลุ่มเรื่องการตลาดไม่กังวล เพราะทางผู้รับซื้อร้านสะดวกซื้อเซเว่นอิเลฟเว่น จะสามารถขยายตลาดให้ได้ หากตลาดทางภาคใต้เกิดภาวะผลผลิตล้น” นายเดียร กล่าว.